Dr. Pan's Diary

My Travelling Since 2013 + Pain therapy since 2011

ช็อกเวฟ ตอน: รู้ใช้เทคนิค No Pain

0

รู้ใช้เทคนิค No pain หรือ painless

เรารับรู้กันไปพักใหญ่แล้วว่า ช็อกเวฟที่ใช้พลังงานต่ำในยุคนี้ ไม่เจ็บอย่างที่คิด แต่โดยความเป็นจริง การบรรลุถึงขีดขั้นการรักษาที่ไม่เจ็บปวดนี้ได้ ต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ประการ ประการแรกคือหัวยิงที่ออกแบบมาให้ไม่เจ็บมาก ซึ่งหัวยิงแบบ Smart Focus ตอบโจทย์นี้ได้ แต่กระนั้น หากปราศจากการเรียนรู้เทคนิกการรักษาแบบใหม่ที่จะกล่าวถึงนี้ ก็ยังตอบโจทย์การรักษาแบบ No Pain นี้ไม่ได้ […..]

ก่อนอื่นต้องพูดถึงจุดมุ่งหมายของเทคนิคนี้ คือ เราต้องการให้ผู้ป่วยทนได้กับการรักษาด้วย ESWT ในศักราชใหม่ ให้ ผู้ป่วยเดินยิ้มออกไปแบบที่ไม่ได้เก็บอมความเจ็บปวดกลับไปด้วย ที่สำคัญ เราสามารถตีได้แรงขึ้นโดยที่ผู้ป่วยไม่เจ็บมาก และหายปวดในระดับสูงสุดที่เราหยุดยิงในครั้งหนึ่งๆ ทั้งนี้ เพื่อบรรลุความต้องการในการกระตุ้นมากที่สุดเท่าที่ผู้ป่วยรับได้

เทคนิคนี้ ได้ทดสอบใช้กับเครื่อง Dornier Aries เท่านั้น

สำหรับการรักษาครั้งแรก เป้าหมายอย่างน้อยคือผ่านความแรงระดับ 3 โดยใช้ความถี่ 4 หรือ 5 Hz ครั้งถัดๆไป เริ่มจากระดับ 3 แล้วค่อยๆเพิ่มความแรงไปจนถึงระดับที่เริ่มรู้สึกเจ็บหรือปวด จากนั้นเพิ่มไปอีกไม่เกิน 2 ระดับต่อครั้งที่รู้สึกปวด

เทคนิคนี้ใช้วิธี painting หรือ gliding เท่านั้น ไม่มีการจ่อนิ่งๆ ถ้าเป็นบริเวณแคบก็วนแบบวงแคบๆ ถ้าบริเวณกว้างก็ใช้ข้อมือลากหัวยิงป้ายไปมา

เริ่มด้วยการป้ายไปตามตำแหน่งที่ปวด ตรวจหาจุดปวด ซึ่งอาจไม่ตรงกับการตรวจด้วยมือหรือความรู้สึกของ ผป ในตอนแรก เมื่อพบจุดปวดแล้ว จำไว้ ลองป้ายไปหาจุดปวดที่ใกล้เคียงอีก ถ้าเจอจุดปวดหลายจุด จุดที่อยู่ใกล้ๆกัน ก็รวมกลุ่มป้ายไปพร้อมๆกันเลย จุดที่อยู่ไกลกัน ก็แยกกลุ่มกันรักษา

การป้ายไปมาตรงจุดปวด ตีสัก 200-300 shot ผู้ป่วยน่าจะเริ่มรู้สึกปวดลดลง ถ้าเป็นตามนี้ ตีไปอีกสักพักก็หายปวด ดูจำนวน shot ว่ายังไม่เกิน 1000 shot ก็ขึ้นอีกระดับได้เลย

แต่ถ้าการป้ายไปมาตรงจุดปวด สัก 200-300 shot ผู้ป่วยไม่รู้สึกปวดลดลงเลย คราวนี้แหละ ที่ต้องใช้เทคนิคต่อไปนี้ เพื่อให้ได้ผลในการลดปวดคนไข้ได้ทุกคน คือ

  1. ลดความถี่ลงเหลือ 3 Hz ตีต่ออีกครู่ คอยถามผู้ป่วยว่า เบาปวดลงรึยัง ส่วนใหญ่จะบอกว่า เบาลงแล้ว ตีต่อไป จนเบาลงมาก แล้วค่อยเพิ่มความถี่กลับไปเท่าเดิม (4 หรือ 5) ซึ่งผลที่ได้คือ ผู้ป่วยไม่ปวดมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว เท่ากับผ่านระดับนี้ไปได้
  2. ใช้วิธีป้ายหรือวนเร็วขึ้น ก็เท่าๆกับลดความถี่ลง วิธีนี้เปลือง shot เปล่าๆ แต่ง่ายดี ไม่ต้องปรับความถี่ที่หน้าปัดบ่อยๆ
  3. ใช้ 2 วิธีข้างต้นแล้ว ยังไม่ได้ผล ลองหนีไปตีตรงจุดอื่นเลยสักครู่หนึ่ง แล้วค่อยกลับมาตีจุดเดิมนี้ใหม่ มันแปลกดี ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะบอกว่า หายปวดไปแล้ว กรณีที่ไม่มีจุดอื่นให้หนีไปตี ก็ใช้วิธีลดระดับความแรงลง 1 ขั้น ตีครู่หนึ่งจนเบาปวด ค่อยขึ้นระดับกลับมาเท่าเดิม ผู้ป่วยมักจะหายปวดแล้วเช่นกัน

แต่ละกลุ่มจุดปวดที่เราป้ายไปพร้อมๆกัน จำนวน shot ควรอยู่ที่ 1000-2000 shot ในกรณีที่เป็น chronic pain แต่ถ้าเป็น acute หรือ subacute ก็ 500-1000 shot ก็พอ

กรณีการรักษา acute และ subacute pain ใช้เทคนิค painless ที่ตีแบบ painting นี่แหละ แต่ขอให้เริ่มจากความแรงระดับ 2 ความถี่ 4 Hz และจำนวน shot ไม่เกิน 500-1000 shot

So, what do you think ?