Dr. Pan's Diary

My Travelling Since 2013 + Pain therapy since 2011

ช็อคเวฟ ( Shock Wave ) ไม่เจ็บอย่างที่คิด

0

Shock wave therapy หรือ ESWT แต่ไหนแต่ไรมาขึ้นชื่อว่าเจ็บมากและอาจไม่หาย ปัจจุบันยังเป็นอย่างนี้หรือ

การรักษาอาการอักเสบเรื้อรังของเอ็นพังผืดที่เราเรียกกันว่า tendenopathy หรือ enthesitis ปัจจุบันมีการรักษาที่เยียวยาได้ผลอย่างจริงจังแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรครองช้ำ หรือ พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ ในหลายๆกรณี การอักเสบเกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างเรื้อรังมากกว่า 3-6 เดือน รักษาด้วยวิธีการต่างๆครบสูตรแล้ว ก็ยังมีอาการปวดเรื้อรังต่อเนื่อง ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดในชีวิตประจำวันแบบติดตัวไปเลย

Shock wave therapy (ESWT) หรือการรักษาด้วยเครื่องช็อคเวฟ เป็นทางออกสำคัญของการนำมารักษาอาการอักเสบเรื้อรังนี้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโรครองช้ำนี้ ถือเป็นต้นกำเนิดการรักษาที่ได้ผลชัดเจน มีผลงานวิจัยสนับสนุนมากมายมาร่วมสิบปี

aries_appหัวยิง หรือ applicator สำหรับการรักษาตรงตำแหน่งร่างกายที่มีการอักเสบเรื้อรัง ในเครื่องช็อคเวฟรุ่นใหม่ที่เป็นแบบ Focus เป็นหัวยิงที่แพทย์เป็นผู้ให้การรักษาเอง ปัจจุบันพัฒนาขึ้นจนสามารถรวมศูนย์คลื่นกระแทกช็อคเวฟนี้ให้อยู่ในขนาดลำคลื่นและความลึกที่เหมาะสมแก่รักษาแล้ว หัวยิงแบบนี้เป็นหัวยิงแบบ Smart Focus ทำให้คลื่นกระแทกที่ออกมามีความแรงที่ไม่มากจนเกินไป กระจายไปในเนื้อที่เฉพาะเจาะจงที่ไม่กว้างไม่แคบจนเกินไป ทำให้การวางแผนการรักษาด้วยคลื่นช็อคเวฟได้ผลดีมากโดยมีความเจ็บปวดเกิดขึ้นในเกณฑ์ที่ผู้ป่วยยอมรับได้

ในอดีต การรักษาด้วยคลื่นกระแทกหรือช็อคเวฟนี้ใช้หัวยิงแบบ Focus แรงกระแทกจะสูงมากตรงจุดที่มีการรวมศูนย์แรงกระแทก การรักษาจึงเกิดความเจ็บปวดตามมาอย่างมากมาย ผู้ป่วยบางคนปฏิเสธการรักษาตั้งแต่การรักษาครั้งแรกๆเลย อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังคงใช้เครื่องมือนี้ในการรักษาอาการปวดเรื้อรังในระบบเอ็นพังผืด เนื่องเพราะการรักษาแม้เจ็บปวดก็ยังให้ผลการรักษาที่ดีได้ในผู้ป่วยหลายๆราย ทำให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดเรื้อรังได้

ปัจจุบัน จากการพัฒนาหัวยิงแบบใหม่ให้สามารถบีบลำคลื่นให้มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่การรักษา (เส้นผ่าศูนย์กลางลำคลื่น 1-2 ซม) และส่งความลึกแรงกระแทกตามระดับความแรงของคลื่นกระแทก ส่งผลให้แนวทางการรักษาด้วยคลื่นช็อคเวฟกำเนิดขึ้น เราเรียกแนวการรักษาแบบใหม่ว่า low enery strategy ในขณะที่การรักษาแบบเก่า ขนานนามให้เสียเลยว่าเป็น High energy strategy

การรักษาด้วยวิธี low energy strategy ใช้พลังงานคลื่นช็อคเวฟแต่เพียงขนาดที่ร่างกายพอทนได้ ในเครื่องรุ่น Aries ของ Dornier Medtech  ที่เห็นนี้ เริ่มต้นจากระดับความแรง (intensity) ที่ 2 อย่างมากไม่เกินระดับความแรงที่ 6-8 สำหรับผู้รับการรักษาครั้งแรก ระดับที่ 2 เพียงเพื่อให้รับรู้ว่าแรงกระแทกเป็นอย่างไร มีเพียงน้อยรายที่เริ่มรู้สึกเจ็บตั้งแต่ระดับนี้ ยิงระดับนี้ประมาณ 100-200 นัด (shot) ก็เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 3 ซึ่งผู้ป่วยแทบทุกรายเริ่มรู้สึกปวดจากแรงกระแทกของคลื่นช็อคเวฟ การรักษาที่ได้ผลดีในขั้นตอนนี้คือ วนหาตำแหน่งที่รับรู้ความเจ็บปวดมากที่สุด แล้ววนหัวยิงเป็นวงแคบๆอยู่ตรงนั้น(ใช้เทคนิค painting) ผู้ป่วยแทบทุกรายให้ข้อมูลความรู้สึกถึงแรงกระแทกตรงกันว่า แรกๆจะรู้สึกความปวดจากแรงกระแทกมากบ้างน้อยบ้างไม่สม่ำเสมอ ต่อมาสักครู่หนึ่ง (ประมาณ 300-800 นัดแล้วแต่กรณี) จะรับรู้ว่าแรงกระแทกส่งความปวดให้รู้สึกแบบสม่ำเสมอ ต่อไปอีกสักครู่ความรู้สึกปวดค่อยๆเลือนหายไปจนรับรู้ถึงแต่แรงกระแทกโดยไม่ปวดเลย ต่อเมื่อระดับความแรงระดับนั้นผู้ป่วยไม่รู้สึกปวดแล้วหรือปวดน้อยมาก แพทย์ผู้รักษาจึงจะปรับระดับความแรงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับ จากนั้น ผู้ป่วยก็จะมีประสบการณ์ความปวดจากแรงกระแทกแบบเดิมอีกจนกว่าจะหายปวด ในระหว่างที่เพิ่มแรงกระแทกขึ้น หากผู้ป่วยไม่สามารถทนต่อระดับความปวดที่เกิดขึ้นใหม่ได้ ก็จำเป็นต้องลดระดับความถี่ในการกระแทกลง เช่นลดจาก 5 ครั้งต่อวินาทีลงมาเป็น 3 ครั้งต่อวินาที ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ทนได้ หรือใช้วิธีที่ไม่ลดความถี่จากตัวเครื่อง และลดความถี่ลงได้ด้วยการเคลื่อนหัวยิงเข้าออกเร็วขึ้น เพื่อให้หัวยิงหนีห่างจากจุดเจ็บ ซึ่งเท่าๆกับลดความถี่ลงนั่นเอง

จำนวนนัดที่ใช้ในการรักษาแต่ละบริเวณอยู่ที่ 1500-2000 นัดในโรคที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเอ็นพังผืด เช่นที่ส้นเท้า (โรครองช้ำ) ที่ข้อมือ (de Quervain) ที่ข้อศอก (Tennis elbow) โดยในแต่ละตำแหน่งของโรคอาจมีจุดเจ็บเพื่อรักษามากถึง 2-3 จุด แพทย์ผู้รักษาต้องเลื่อนหัวยิงวนหาจุดเจ็บเพื่อให้การรักษาตรงจุดจึงจะได้ผลดี

จำนวนนัดที่ใช้ยิงเพื่อการรักษา และผลการรักษาที่ดีนั้น มากน้อยขึ้นกับเทคนิคการยิง แพทย์ที่เชี่ยวชาญ มักใช้เทคนิคหมุนวนหรือป้ายไปมา (เทคนิค painting) เพื่อให้ครอบคลุมตำแหน่งเจ็บที่ค้นพบจนครบถ้วน เทคนิคเดิมๆที่เป็นแบบจ่อยิง (เทคนิค point and shoot) มักครอบคลุมจุดเจ็บได้ไม่ทั้งหมด ทำให้เปลืองนัดและเปลืองเวลาในการรักษา

ผลสรุปจากการรักษาแต่ละครั้ง ถ้าผู้ป่วยเสร็จสิ้นการรักษาด้วยความรู้สึกไม่เจ็บปวดเลยในตอนท้าย อาการปวดที่เคยเป็นจากโรคนั้นมักจะหายไป 1-3 วัน แล้วจึงรู้สึกปวดขึ้นใหม่อีก แต่ปวดน้อยลงหรือห่างขึ้น เราจะทิ้งระยะห่างการรักษาครั้งถัดไป 1-2 สัปดาห์เพื่อให้โอกาสร่างกายซ่อมแซมการอักเสบเรื้อรังของโรคที่เป็นอยู่โดยธรรมชาติ ด้วยแนวทางการรักษาแบบ low energy strategy นี้ จำนวนครั้งการรักษา 2-5 ครั้งก็ให้ผลการรักษาที่เกินคาดมากแล้ว

คลื่นช็อคเวฟไม่ได้ก่อกำเนิดความร้อนเพื่อการรักษาใดๆทั้งสิ้น ทฤษฎีที่อธิบายการหายจากโรคอักเสบเรื้อรังของเอ็นพังผืดมีเพียงแต่กระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตนเองด้วยการสร้างการบาดเจ็บใหม่ให้ มีหลักฐานยืนยันถึงการซ่อมสร้างเซลใหม่และการเพิ่มขึ้นของการหล่อเลี้ยงจากระบบหลอดเลือด โดยเชื่อว่า ร่างกายได้ลืมการซ่อมสร้าง และยอมรับความเจ็บปวดเรื้อรังของโรคนั้นๆไปนานแล้ว โดยหยุดกระบวนการซ่อมสร้างตัวเองไป ส่วนอาการปวดที่ห่างหายไปใน 1-3 วันแรก อธิบายกันด้วยอานุภาพของแรงกระแทกซ้ำๆที่ทำให้รู้สึกชาด้าน มีหลักฐานยืนยันการหลั่งสารระงับปวดและระงับการอักเสบของเนื้อเยื่อที่ถูกยิงด้วย

นอกจากการรักษาที่ได้ผลดีกับการอักเสบเรื้อรังของเอ็นพังผืดแล้ว ยังได้ผลกับการรักษาอาการปวดจากใยกล้ามเนื้อหดเกร็งเรื้อรัง (myofascial pain syndrome) ระยะหลังมีการวิจัยการใช้คลื่นกระแทกต่ำๆเพื่อเยียวยาโรค ED และรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าด้วย คงได้ติดตามกันต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้

So, what do you think ?