Dr. Pan's Diary

My Travelling Since 2013 + Pain therapy since 2011

ไอซียู

มิติแห่งมายา

โดย ปัณณวิชญ์ วงศ์วิวัฒนานนท์ ตีพิมพ์ในวารสาร วัฏจักรคอมพิวเตอร์ ปี พ.ศ. 2539

ตอน 4 ไอซียู

ชีวิตเฉียดตายในไอซียู…….

ผมเหนื่อยอกเหนื่อยใจกับมายาอาเขตเหลือเกิน แต่จูลี่ดูเธอช่างสดใสร่าเริงอะไรอย่างนั้น

“พอแล้ว ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลย จูลี่ ใจผมสั่น แล้วก็ เริ่มเวียนศีรษะด้วย…” ผมบอกจูลี่เมื่อเริ่มมีอาการเหมือนใครทุบตรงหน้าอกอย่างจัง ผมทำท่าจะเป็นลมหน้ามืดเอาดื้อๆ

“ไปกันเถอะ เธอต้องไปมายาอาเขตหมายเลขหนึ่งแล้วล่ะ” แววตาหม่นหมองของจูลี่ยิ่งทำให้ผมลำบากใจมากขึ้น เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันย่างกรายเข้ามาแล้ว

จูลี่ขอร้องให้ผมหลับตา เธอพาผมออกจากมายาอาเขตสอง แล้วตรงไปยังใจกลางของมายาอาเขตหนึ่งตามที่เธอกระซิบบอกเป็นระยะๆ

“1996” เสียงออกคำสั่งของจูลี่ดังขึ้น นาทีระทึกใจก็เข้ามาถึง ผมลืมตาโพรงเมื่อเห็นภาพรอบข้างที่ปรากฏเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่โตนัก มีคนใส่ชุดคลุมสีขาวและผ้าปิดปากเดินขวักไขว่อย่างร้อนรน เครื่องไม้เครื่องมือมากมายพร้อมสายระโยงระยาง ชวนให้นึกถึงห้องบำบัดผู้ป่วยฉุกเฉินในโรงพยาบาล และผมแน่ใจมากขึ้นว่าที่นี่คือห้อง ICU เมื่อผมเห็นหน้าจอมอร์นิเตอร์แสดงกราฟคลื่นหัวใจไฟฟ้า ที่ดูท่าจะมีจังหวะและความสูงของคลื่นที่ไม่สู้ดีนัก เสียงเคร่งขรึมของชายคนหนึ่งดังออกมาหลังผ้าปิดปาก

“เตรียมอะเดรนาลินหนึ่งซีซีสัดส่วนหนึ่งต่อสิบ”

“พร้อมค่ะ” เสียงตอบรับของพยาบาลสวนมาในทันทีเหมือนรู้ใจ จูลื่พาผมเดินใกล้เข้าไป เราเห็นชายผู้นั้นซึ่งเข้าใจว่าเป็นหมอรับเข็มฉีดยามา ทันใดนั้น เขาปักมันลงไปตรงหน้าอกซีกซ้ายของชายที่นอนหงายสิ้นสติอยู่บนเตียง แล้วดันกระบอกฉีดอย่างรวดเร็ว

“โอ๊ะ” ผมร้องด้วยความตะลึง เพราะความรู้สึกขณะนั้น ราวกับว่าที่หน้าอกของผมเองก็ถูกเข็มเล่มนั้นทิ่มแทงเอาด้วย

ให้ตายซิ เอ๊ะนั่น บนหน้าอกของชายคนนั้นมีเม็ดไฝสีแดงเด่นชัดอยู่สองเม็ด ผมอดลูบคลำไฝแบบเดียวกันบนหน้าอกผมไม่ได้ และแล้วเมื่อผมเลื่อนสายตาไปมองใบหน้าของชายไร้สติผู้นั้น เลือดทั้งตัวเหมือนกับถูกอัดฉีดขึ้นเต็มใบหน้าของผม

นั่นราชัน ตัวผมเองนี่นา

“เร็วเข้า จับมือเขาไว้ แผ่พลังชีวิตของเธอให้เขา เชื่อฉันซิ” เสียงจูลี่เร่งเร้า แต่นี่เป็นมายาอาเขตนี่นา จะมีประโยชน์อะไร

จูลี่จับมือผมไปวางไว้บนหลังมือของราชัน แล้วอธิบายอย่างร้อนรนว่ามายาอาเขตหมายเลขหนึ่ง สามารถกระทำการตอบโต้ได้ และมีผลกระทบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วย เธอขอให้ผมเชื่อ ผมเริ่มเพ่งสมาธิรวมรวบพลังความคิดและจิตใจ พุ่งไปยังตัวราชันที่นอนแน่นิ่งอยู่ เสียงของหมอร้องอย่างดีใจ

“โอโค เห็นคลื่น QR แล้ว น่าจะรอด โซเดียมไบคาร์บ 50 ซีซี ไอวีพุชทันที”

พยาบาลชุดขาวคนหนึ่ง จรดเข็มฉีดยาลงบนท่อยางของสายที่ต่อเข้าในหลอดเลือดดำ ตัวยาในกระบอกฉีดยาขนาดใหญ่ค่อยๆถูกดันเข้าไป ผมปล่อยมือออกมาจากมือขวาของราชันที่ค่อยๆอุ่นขึ้น ไม่ทันไรหมอก็ร้องขึ้นอีก “เตรียมอะเดรนาลีนอีกหน” คลื่นอีเคจีที่แสดงการเต้นของหัวใจดูจะแบนราบลงไปสนิทใจ มีใครคนหนึ่งปีนขึ้นไปบนเตียง สองมือประสานกันกดลงไปบนหน้าอกราชัน ผมแทบกระอักเมื่อความรู้สึกนั้น กระทบเข้ามาถึงตัวผมเองเป็นจังหวะเดียวกับเสียงบ่นเบาๆ ของชายคนนั้น “หนึ่งพันหนึ่ง หนึ่งพันสอง หนึ่งพันสาม…”

จูลี่รีบจับมือผมแนบเข้ากับมือของราชัน เธอบอกทั้งน้ำตาว่าห้ามปล่อยมือเด็ดขาด ตั้งสติให้ดี นี่เป็นหนทางรอดทางเดียวของราชัน

คลื่นหัวใจกลับสูงขึ้นอีกอย่างประหลาด หมอถือเข็มอะเดรนาลีนค้างอยู่ในอากาศสักครู่ ก็ส่งกลับคืนให้พยาบาล ชายคนที่ปีนขึ้นบนเตียงลงมายืนสงบอยู่ข้างๆ หมอสวมหูฟังก้มหน้าก้มตาตรวจทั่วบริเวณหน้าอกทั้งซ้าย และขวาของราชัน

“หมดเวลาของเธอแล้วราชัน” จูลี่มองผมด้วยความอาลัย เธอบอกว่าถ้าผมยังไม่กลับไปอีกผมจะไม่ได้พบเธออีกเลย

ผมละล่ำละลักในขณะที่ก้าวขึ้นไปเพื่อนอนทับตัวราชันบนเตียง ผมยังมีโอกาสได้พบเธออีกหรือ เธอหลอกลวงหรือเปล่าจูลี่ เพียงชั่วไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ความรู้สึกสนิทสนมอย่างบอกไม่ถูก เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรไม่อาจทราบได้ เมื่อแสงไฟรอบข้างเริ่มมืดสลัวลง พร้อมกับเสียงหัวใจของตัวเองที่ดังแรงขึ้นทุกที ผมค่อยๆเคลิ้มเข้าสู่ภวังค์อย่างไม่พึงปรารถนาเป็นที่สุด แต่ก่อนที่จะสิ้นสมปฤดี ผมยังรู้สึกถึงความอุ่นของน้ำตา ที่ไหลพรากจากใบหน้าอ่อนนุ่มซึ่งแนบชิดติดแก้มของผม จูลี่… เธอเป็นใครกันแน่ ผม.. คงคิดถึงคุณมาก