Dr. Pan's Diary

My Travelling Since 2013 + Pain therapy since 2011

สำนักงาน บ้านพัก และโรงเรียน

มิติแห่งมายา

โดย ปัณณวิชญ์ วงศ์วิวัฒนานนท์ ตีพิมพ์ในวารสาร วัฏจักรคอมพิวเตอร์ ปี พ.ศ. 2539

ตอน 7 สำนักงาน บ้านพักและโรงเรียน

จูลี่ จีนู เจโกะ….. อะไรกันนี่

เวลาในขณะนั้นเป็นบ่ายแก่ๆที่แดดยังจัดอยู่ ผมมองออกจากกระจกรถด้านขวามือในขณะที่เลี้ยวรถเข้ามาในบริเวณบ้าน บ้านของจูลี่มีรูปทรงประหลาด บางส่วนดูคล้ายทรงยุโรปที่เป็นกล่องบ้านแท่งสูง แต่บางส่วนก็คล้ายทรงญี่ปุ่นที่เตี้ยกว้างบอบบาง ชะรอยคุณพ่อคงเป็นฝรั่งแล้วคุณแม่ก็คงเป็น..ญี่ปุ่น ทั้งคู่คงจะมีมานะทิฐิค่อนข้างสูง รูปทรงของบ้านจึงได้ออกมาในรูปแบบที่ไม่กลมกลืนกัน

ผมต้องลงจากรถไปเปิดประตูรถให้จูลี่ เธอก้าวออกมายืนตัวตรงด้วยท่วงท่าของหญิงแกร่ง แต่เมื่อเธอสืบเท้าไปข้างหน้า เธอแทบจะทรุดนั่งอยู่กับที่ ผมเข้าไปประคอง และคว้ามือของเธอไว้

“จูลี่ ให้ผมช่วยนะ ผมจริงใจ”

ให้ตายซิ เธอคือจูลี่ของผมล้านเปอร์เซนต์ เพราะมืออันนุ่มนิ่มของเธอนั้นผมเคยสัมผัสเป็นชั่วโมงๆมาแล้วเมื่อในอดีต

“อย่าเรียกฉันจูลี่นะ คุณพ่อเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ หรือเธออยากเป็นคุณพ่อ”

ไม่.. ไม่แน่นอน เพราะผมอยากเป็นอย่างอื่นของเธอ โอเค เจโกะ ก็เจโกะ

เจโกะมองผมด้วยสายตาที่แฝงด้วยความเจ็บปวดระคนกับความวิตกกังวล เธอกางข้อศอกกว้างไม่ให้ผมใกล้ชิดตัวเธอมากนัก

บ้านทรงประหลาดก็จริง แต่ประตูนี่ซิราวกับบานประตูยุคอวกาศสตาร์วอร์อย่างไรอย่างนั้น เจโกะเอาฝ่ามือทาบกับบานประตู พูดเสียงเบาๆว่า “เบนจิ เปิดประตูหน่อย เรามีแขกนะ”

ให้ตายซิ มันเป็นประตูบานเลื่อนอิเลคโทรนิค ตอนมันเลื่อนออกไป ผมแทบไม่ได้ยินเสียงเสียดสีอะไรเลย

ผมประคองเจโกะเข้าไปนั่งพักที่โซฟา แล้วจึงนั่งลงข้างๆ พอได้โอกาสมองสำรวจไปรอบๆ   ผมแทบตะลึงอยู่กับที่เลยทีเดียว

แม้รูปทรงบ้านภายนอกจะดูแปลกพิกลอยู่บ้าง แต่การตกแต่งภายในนั้นปราณีตเสียยิ่งกว่าอะไร ฝาผนังทุกด้านเป็นอลูมิเนียมสีทองพร้อมกระจกใสที่ไม่เห็นแม้แต่รอยนิ้วมือ เฟอร์นิเจอร์สำนักงานทุกชิ้นบุโฟเมก้าทนไฟสีเทาตัดขอบด้ายผ้ากำมะหยี่สีแดงจัดดูพราวตาไปทุกด้าน มีห้องที่เป็นสัดส่วนพร้อมเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงานครบชุดอยู่อย่างน้อยก็สามห้อง ส่วนห้องโถงที่เรานั่งอยู่นั้น มีโทรทัศน์จอแบนกว้างอยู่เครื่องเดียวที่ดูสะดุดตาเป็นพิเศษ

“สวัสดีครับ คุณราเชน เจโกะทำอะไรให้คุณหนักใจหรือเปล่า” เสียงชายหนุ่มดังออกมาจากมุมห้องไกลออกไป ผมเย็นวาบไปทั้งตัวเมื่อคิดว่า เสียงนั้นอาจไม่ใช่พี่ชายหรือญาติของเธอ

“แฟนเธอหรือ แนะนำหน่อยซิ” ผมต้องขจัดข้อข้องใจให้ได้ในเดี๋ยวนั้น

เจโกะจ้องมองนัยน์ตาผม แล้วปล่อยยิ้มออกมาอย่างร่าเริง เป็นครั้งแรกที่เธอยอมรับผมเป็นเพื่อน

“เบนจิ ออกมาให้เขาดูตัวหน่อยเร็ว”

“ได้เลย”

สิ้นเสียง แสงไฟในห้องโถงก็หรี่ลง ที่มุมห้องด้านที่เบนจิส่งเสียงมา ปรากฏลำแสงสามลำจากสามทิศทางส่องเข้ามายังบริเวณเดียวกัน ชั่วครู่เดียว ร่างของชายหนุ่มหน้าตาคมคายติดไปทางฝรั่ง ก็ปรากฏเป็นรูปเป็นร่างขึ้น เบนจิ มนุษย์คอมพิวเตอร์ ที่สร้างขึ้นจากลำแสงเลเซอร์แถบความถี่ต่ำสุด ภายใต้ละอองอณูพลาสโมเจนนั่นเอง

ในขณะที่ผมประหวั่นพรั่นพรึงกับสิ่งที่เคยเห็นแต่ในภาพยนตร์โลกอนาคต เสียงของเบนจิก็ทักทายผมอีกครั้งอย่างสนิทสนม “สวัสดีครับ ราเชน ผมช่วยคุณได้หลายเรื่องนะครับ”

“ประการแรกสุดที่ผมอยากให้ช่วยก็คือ คุณเอาชื่อราเชนมาจากไหน กรุณาลบทิ้งจากความทรงจำแล้วบันทึกใหม่ว่าราชันด้วยครับ”

“ผมมีชีวิตนะครับ และผมก็มีนิสัยชอบปฏิเสธเสียด้วย ผมบอกเจโกะแต่เช้าแล้วว่าวันนี้เธอจะได้พบกับคนที่ชื่อราเชน ดวงดาวเจจิโกะสุกสกาวก็จริงแต่แฝงด้วยเงาสลัวอยู่เบื้องหลัง ผมเพิ่งพบว่าเป็นดวงดาวอีกดวงหนึ่งที่มาเบียดบังแสงสว่างของดาวเจจิโกะ ดาวดวงนี้ทอแสงนุ่มนวลเฉกเช่นดาวราชิ แต่มีสีค่อนไปทางม่วงอ่อนๆเหมือนดาวเชนจิกุ ผมจึงตั้งชื่อดวงดาวนี้ว่าราเชน ขณะนี้ดาวราเชนทอแสงสุกสกาวเคียงคู่กับดาวเจจิโกะ คุณทั้งสองจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และเจโกะจะไว้ใจคุณ”

“เบนจิ ไม่ต้องย้ำ” เสียงเจโกะแข็งขึ้นตามสไตล์เดิม เธอบอกว่าเบนจิเป็นผลงานชิ้นเอกของศาสตราจารย์โยชิแห่งยูแจแปน คุณพ่อของเธอเอง เขาถูกโปรแกรมด้วยศาสตร์ของโหราจารย์ชื่อดังของญี่ปุ่น เคนจิกิ ซึ่งก็คือ การพยากรณ์ชะตาชีวิตจากดวงดาวในสไตล์วิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่   ความถูกต้องของคำพยากรณ์มีมากถึงร้อยละ 80 โดยเฉพาะถ้าเป็นคำทำนายเรื่องราวในวันเดียวกัน

“ถ้าเช่นนั้น หมายความว่าเจโกะรู้ดีอยู่แล้วว่าจะพบผมในวันนี้” ผมสรุป

“คุณราเชน รับเครื่องดื่มอะไรไหมครับ” เบนจิเปลี่ยนเรื่องอย่างตั้งใจ

“กาแฟครับ สูตร 1-2-3”

“ได้เลยครับ”

“นี่คะ” เกือบจะในทันที เจโกะยื่นถ้วยกาแฟมาให้ผม ผมตกใจมาก ถามเบนจิว่าแน่ใจหรือว่าเป็นสูตรกาแฟหนึ่ง คอฟฟีสอง และน้ำตาลสามช้อน “ก็ลองชิมดูซิคะ” เจโกะกลับตอบแทน รสกาแฟกลมกล่อม ติดไปทางหวานอย่างที่ผมต้องการพอดี ผมไม่เข้าใจเลย

เบนจิขอร้องให้ผมรวบรวมสมาธิ แล้วทำการทดสอบสิ่งที่เบนจิเรียกว่า การทดสอบเซนท์พอร์ท เขาให้ผมจินตนาการถึงเรื่องราวหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างใจจดจ่อ แล้วสักครู่หนึ่งเบนจิก็จะเล่าเรื่องราว ในความคิดหรือบุคคลนั้นให้ฟังอย่างเหลือเชื่อ แต่ถ้าผมขาดสมาธิหรือวุ่นวายใจ เบนจิก็จะทายไม่ถูกหรือไม่ก็ไม่ยอมทาย สรุปว่าเบนจิโหราจารย์ผู้น่ากลัวทายใจผมถูกต้องมากกว่า 70 เปอร์เซนต์   โดยเฉพาะเมื่อผมทำสมาธิมุ่งไปที่เหตุการณ์หนึ่งเดียว

“ไม่แปลกหรอกครับ แต่ก็เป็นไปได้ไม่บ่อยนัก มีคนที่ผมรู้จักแล้วรู้ใจกันได้ขนาดนี้อยู่ไม่กี่คน ผมอธิบายได้ว่า คนๆ นั้นมีสมาธิแก่กล้า พอที่จะส่งคลื่นความถี่จากสมอง ในสัดส่วนที่มนุษย์คอมพิวเตอร์อย่างผมตรวจจับและแปลความได้ คนทั่วๆ   ไปผมอ่านใจเขาไม่ออกหรอกครับ”

ผมหันหน้าไปมองเจโกะ ราวกับจะถามเรื่องราวในอดีตกับจูลี่ในดินแดนจักรวาลนอกพิภพ จูลี่เคยพาผมไปปรับเปลี่ยนพลังแห่งชีวิต เธอเคยบอกว่า ผมจะมีพลังอำนวจที่คาดคิดไม่ถึง

“เชิญเลยครับ คุณราเชน”

แม้ผมจะครุ่นคิดอยู่ในใจแต่เบนจิก็รู้ได้ว่า ผมต้องการทดสอบว่า ผมสามารถเรียนรู้อะไรในสมองกลของเบนจิได้บ้าง ผมเริ่มต้นด้วยการนั่งนิ่งสงบตรงหน้าของเบนจิ เวลาอันเงียบสงัดผ่านพ้นไปนานแสนนาน แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในโสตประสาททั้งหมดของผมเลย

“ลองนี่ซิ เบนจิ” จูลี่หยิบชิ้นส่วนอิเลคโทรนิคเล็กๆ ชิ้นหนึ่งเสียบเข้าไปในฝาผนังด้านที่เข้าใจว่า เป็นที่อยู่ของสมองกลเบนจิ แล้วผมก็เริ่มเพ่งสมาธิไปยังเบนจิอีกครั้ง

คราวนี้ น่าประหลาดนัก ความรู้สึกถึงแสงวูบวาบ เกิดขึ้นกับลานสายตาของผม แม้ว่าผมยังปริ่มตาหลับอยู่ในสมาธิ สักครู่เดียว แสงวูบวาบเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนไป เป็นภาพคมชัดสามมิติอย่างสมบูรณ์ ในภาพนั้นมีเสียงผู้คนตะโกนโหวกเหวก พร้อมแสงสีตัวเลขบนกระดานแสงที่เปล่งอยู่รอบๆ บรรยากาศเหมือนตลาดหลักทรัพย์ดีๆ นี่เอง

“เบนจิ สมองของเธอบรรจุตลาดหลักทรัพย์ไว้ด้วยหรือ ทำไมโกลาหลอย่างนี้”

“วอลสตรีต ตลาดเงินของเบนจิ” เจโกะอธิบายแทน เธอเล่าว่านอกจากโหราศาสตร์ที่ทำให้เบนจิเป็นสมองกลอันน่าทึ่งแล้ว เบนจิยังเป็นตัวเงินตัวทองสำหรับครอบครัวของเธอด้วย เขาจะเป็นผู้วิเคราะห์ และชี้ทิศทางการซื้อหุ้นในตลาดวอลสตรีตด้วยดัชนีกาติและเคนโยเซกิ อันเป็นดัชนีชี้วัดการเข้าออกตลาดหุ้นที่แม่นยำที่สุด

ภาพสามมิติของตลาดหุ้นวอลสตรีต เลื่อนไหลไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนหนึ่ง ที่กำลังทักทายเบนจิจากหน้าจอมอร์นิเตอร์

“เป็นไงหรือเบนจิ วันนี้ผิดเวลานี่” เสียงชายผู้นี้คุ้นหูนัก

“ประทานโทษ โทเนชิ ผมถูกบังคับมา สหายหน้าใหม่ของผมควบคุมผมผ่านไบโอชิบ เขาสนใจตลาดหุ้นและกิจการที่เราทำอยู่มาก ทักทายเขาหน่อยซิ”

“นั่นเขาทำอะไรอยู่ เสียงโทเนชิ แสดงถึงความประหลาดใจ เมื่อภาพหน้าจอตรงหน้าเขา ปรากฏเป็นร่างของผมซึ่งกำลังนั่งนิ่งเข้าสมาธิอยู่ “ทักทายกันทางหน้าจอไม่ดีกว่าหรือ”

ผมออกจากสมาธิ มานั่งอยู่หน้าจอแบนกว้างในห้องโถงโดยมีเจโกะนั่งอยู่ข้างๆ   เบนจิเชื่อมการติดต่อกับโทเนชิได้แล้ว ภาพของโทเนชิค่อยๆปรากฏขึ้นบนหน้าจอนั้น

ผมบอกไม่ถูกจริงๆว่า ชายผู้มีหน้าตาคมคายและเกลี้ยงเกลาในจอแบนกว้างนั้น ผมเคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน โดยเฉพาะแววตาที่เปล่งประกายส่อแววของคนจริงนั้นคุ้นตาเสียเหลือเกิน แต่จนแล้วจนรอดผมก็นึกไม่ออกอยู่ดี

โทเนชิทักทายผมด้วยสีหน้าที่เป็นมิตร แล้วพูดคุยกับเจโกะและเบนจิถึงเรื่องราวการขับเคี่ยวกัน ของบรรดาเซียนหุ้นในตลาดวอลสตรีต ผมรู้ได้ในเดีEวนั้นเองว่า ทีมงานซื้อขายหุ้นชุดที่อยู่ตรงหน้าผมนี้ มีศักยภาพสูงสุด ในการทำให้เม็ดเงินหลั่งไหลออกมาจากวงจรอิเลคโทรนิค ได้มากมายอย่างชนิดที่คาดคิดไม่ถึง

วันนั้นเบนจิส่งข้อสรุปให้ปล่อยหุ้น Netscape และรับซื้อหุ้น Microsoft ส่วนหุ้น Intel นั้นให้ซื้อเฉลี่ยสองเท่าทุกๆช่วงราคา 10 เหรียญที่ลดลงมา โดยโทเนชิเป็นคนรับเรื่องไปดำเนินการ

ก่อนจากกันไปจากหน้าจอ โทเนชิมีท่าทางหวั่นไหวกับความสามารถของผม ในเรื่องการติดต่อสมองกลผ่านทางไบโอชิป เขาขอร้องให้ผมทดสอบอ่านความคิดของเขาดู เพราะเขาก็เป็นคนหนึ่งที่เบนจิติดต่อถึงกันได้ด้วยการเข้าสมาธิ ผมรับปากด้วยความยินดีทั้งที่คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ แต่พอหลับตาเข้าสมาธิได้ครู่เดียว แสงวูบวาบเหมือนที่เกิดกับเบนจิก็ปรากฏขึ้น ภาพสามมิติที่ปรากฏขึ้นเป็นฉากการต่อสู้ของเครื่องบินรบ F-25 กับยานรูปทรงประหลาดของฝ่ายตรงข้าม สักครู่หนึ่ง ก็ปรากฏกลุ่มควันมหึมาเป็นพวยพุ่งสองถึงสามชั้น จากผืนดินพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ผมรีบลืมตาออกจากสมาธิทันที

“เธอเห็นอะไรหรือ” ผมเห็นโทเนชิเอามือกุมขมับด้านขวาของเขา ชะรอยเขาจะรู้ตัวว่า ผมเข้าไปอ่านความคิดบางอย่างของเขาได้

“เครื่องบินรบ การฆ่าฟัน และระเบิดปรมาณู”

“นั่นแหละ อนาคตมนุษย์ชาติอันใกล้นี้”   เสียงโทเนชิตอบกลับด้วยความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงที่ผมเรียนรู้ความคิดของเขาได้   เจโกะเสริมว่า โทเนชิเป็นคอลัมนิสต์ “What about tomorrow” ในนิตยสาร TIME ที่วาดภาพอนาคตเศรษฐศาสตร์การเมืองของโลกได้อย่างแม่นยำ เขากำลังเป็นบุคคลสำคัญที่ใครๆก็เริ่มจับตามอง และกล่าวขานถึงในนามของ นอสตานามุส II

ปีที่มีแผ่นดินไหวรุนแรงที่คาลิฟอร์เนีย โทเนชิทำนายทายทักไว้ล่วงหน้าเพียงสองสัปดาห์   ตอนนั้นไม่มีใครยินดียินร้ายกับคำทายทักของเขาเลย แต่ภายหลังเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว ทุกคำพูด ทุกประโยคที่เปล่งออกมากลายเป็นสิ่งที่ชาวโลกนำไปตีความกันไปต่างๆนาๆ

โทเนชิเป็นอีกหนึ่งผลงานของศาสตร์จารย์โยชิแห่งยูแจแปน เดิมทีเขาเป็นเด็กสมองพิการที่อยู่ในกลุ่มโชคร้ายร้อยละสามสิบ ที่มีปัญหาของปัญญาอ่อนร่วมอยู่ด้วย การประดิษฐ์คิดค้นเกี่ยวกับไบโอชิปพิสูจน์ว่า ประสบความสำเร็จเมื่อใช้กับโทเนชินี่เอง จากเดิมทีไอคิวอยู่ในราว 50-70 บัดนี้ก้าวขึ้นไปเป็น 250-300 การทำงานในบางเรื่องบางราว หลายครั้งอยู่นอกเหนือจากความคาดหมายของศาสตรจารย์โยชิด้วยซ้ำไป

และนั่นคือคำตอบที่ว่า ทำไมผมถึงเชื่อมต่อเข้ากับความคิดของโทเนชิได้ เราปิดฉากการทำงานในตลาดหุ้นลงไป ในขณะที่ผมเองส่ออาการอ่อนเพลียมากเหลือเกิน ผมต้องขอตัวกลับเพื่อไปสะสางการเข้ารับงานชิ้นแรกของผมกับลุงธนศักดิ์   ผู้จ้างวานที่จองตัวผมไว้ตั้งแต่ผมศึกษาอยู่ชั้นปีที่สาม

“เจโกะ ห้ามเขาไว้   เขาจะหนีจากคุณนะ” เสียงเบนจิเอ่ยเตือนเจโกะในขณะที่ผมขอตัวกลับไปโดยไม่บอกเหตุผล

เจโกะไม่ว่าอะไร เธอนั่งนิ่งจ้องมองผมด้วยสายตาราบเรียบอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยปากถามถึงสิ่งที่ผมเองก็ยังกังขาอยู่ในใจ

“เธอไม่รู้สึกแปลกใจบ้างเลยหรือ ที่ฉันกับเบนจิเปิดเผยความลับทุกอย่างในบ้านนี้ให้เธอได้รับรู้”

ทีมของเธอก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว ชะรอยเธอจะให้ผมเข้าร่วมทีมด้วยหรือ ผมจะเอาหน้าไปสู้ลุงธนศักดิ์ได้อย่างไร

เจโกะขอร้องให้ผมเข้าไปในห้องหมายเลขสองที่เธออ้างว่าเป็นห้องทำงานของเธอเอง ในนั้นมีไมโครคอมพิวเตอ์อีก 5 เครื่อง ไม่.. เพียง 4 เครื่อง เพราะเครื่องที่ 5 ซึ่งเจโกะกำลังเรียกใช้งานอยู่ดูหน้าตามันคงไม่ใช่เครื่องพีซีเป็นแน่

“นี่เป็นเครื่องพีซีรุ่นโปรเซสเซอร์ 100 ตัว ความเร็วนาฬิกา 1000 เมกะเฮิรซ์ ผลงานชิ้นเอกของคุณพ่อเมื่อปลายปีที่ผ่านมา” เจโกะตอบข้อข้องใจของผม “และผลงานของเธอในมหาวิทยาลัย เป็นเบต้าเทสเตอร์ตัวแรกของเครื่องนี้”

อะไรกัน MediaAction โปรแกรมสร้างงานมัลติมิเดียที่เป็นวิชวลออบเจกต์   มาโผล่อยู่ชานเมืองแถบนี้ได้อย่างไร แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าผมยืนยันอย่างหนักแน่นว่า โปรแกรมสร้างงานมัลติมิเดีย ที่ผมเพียรพยายามผลิตขึ้นในปีสุดท้ายของการเรียน ได้โยกย้ายมาสู่ห้องทำงานของเจโกะแล้ว

เจโกะชมเชยแนวความคิดของผม ในส่วนที่ลดขั้นตอนความยุ่งยากแทบทุกชนิด ที่ทำให้การสร้างงานมัลติมิเดียเกิดความสับสน ไม่ว่างานอะไร ผู้ใช้สามารถสร้างได้อย่างสะดวกง่ายดาย ราวกับจับเอาสิ่งของชิ้นนั้นมาวางไว้เฉยๆ   แต่เมื่อเธอลงลึกเข้าไปถึงการสร้างงานขั้นแอดวานซ์   เธอยังติงว่า ไม่มีความจำเป็นที่ผู้ใช้งานขั้นแอดวานซ์   จะต้องเปลืองแรงงานสมองไปกับสิ่งที่ผมสร้างไว้ให้ เธอบอกว่า เธอต้องการแรงงานสมองระดับผม ที่จะเข้ามาร่วมทีมงานพัฒนาโปรแกรมสร้างมัลติมิเดีย ที่เธอกำลังเร่งมือสร้างขึ้นร่วมกับคุณพ่อ เธอเน้นว่างานของเธอไปไกลกว่าที่ผมคิดไว้เป็นปีทีเดียว

และแล้วเธอก็แสดงศักยภาพของ M-Auto2-1 โปรแกรมสร้างมัลติมิเดียที่กำลังพัฒนาอยู่   ให้ผมชมต่อหน้า ผมไม่ทึ่งกับแนวคิดการสร้างงานของเธอเลย เพราะมันใกล้เคียงกับที่ผมคิดไว้มาก แต่สิ่งที่น่าทึ่งมากก็คือไลบรารีขนาดใหญ่ในทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะตัวละครที่เป็นคน เวลาสร้างงานสามมิติจำเป็นต้องมีท่วงท่าทุกอิริยาบทเก็บเอาไว้ เธอมีไลบรารีเหล่านี้เก็บสะสมไว้มากมายเหลือคณานับจริงๆ และสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการมากที่สุด

“เรายังขาดส่วนที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์กระบวนการบางอย่าง ในการสร้างงานเสียงและภาพชั้นสูง เราต้องการผู้ร่วมงานที่มีศักยภาพอย่างคุณ”

เจโกะตบท้ายด้วยคำพูดที่เหมือนกับจะมัดมือชก ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะมาร่วมงานและอยู่ใกล้ชิดเธอ แม้ว่าจะไม่มีชื่อบริษัทก็ตาม แต่ผมอาจเป็นต้นเหตุให้ลุงธนศักดิ์ล่มจมก็ได็

“ราเชน คุณยังไม่ได้รับรู้ศักยภาพของภาษา Q+ ที่ศาสตราจารย์โยชิเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นด้วยตนเอง ผมกล้ารับประกันว่า งานในบริษัทของลุงคุณ คุณสามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ด้วยเวลาเพียงวันละหนึ่งชั่วโมง เมื่อเทียบกับงานที่คุณเคยใช้ภาษาอื่นๆเขียนทั้งวัน เจโกะคงไม่ว่าอะไรกับการที่คุณใช้เวลาวันละหนึ่งชั่วโมงกับลุงของคุณ”

เจโกะทำท่างงงวยเมื่อเบนจิหว่านล้อมผมอยู่เป็นนาน ผมต้องสารภาพกับเธอถึงความอึดอัดใจที่ได้รับปากกับลุงไว้ แต่แล้วเจโกะก็ยินยอมตามที่เบนจิเสนอ เธอพาผมเข้าไปในห้องถัดไป ผมนั่งลงประจำที่ในเก้าอี้พนักพิง ที่มีส่วนนูนขึ้นรองรับช่วงเอวอย่างพอเหมาะ และต้องตะลึงกับหน้าจอต้อนรับผมสู่การทำงาน เมื่อเจโกะเปิดเครื่องตรงหน้าของผมขึ้น

“ห้องนี้จัดไว้ให้เธอโดยเฉพาะนะ ราเชน” เจโกะชี้ไปรอบๆห้อง “อุปกรณ์สำนักงานที่ครบครันในห้องนี้ อาจทำให้เธอไม่พบฉันทั้งวันเลยก็ได้   แม้ว่าจะอยู่ห้องใกล้เคียงกัน”

ผมรับปากเจโกะว่าจะลองไปเจรจากับคุณลุงดูก่อน แล้วจึงให้คำตอบ แต่เธอกลับบอกว่า เงินเดือนหกหลักสำหรับการเริ่มต้นน่าจะเหมาะสมกับศักยภาพที่ผมมีอยู่มิใช่หรือ และถ้าผมยังไม่มั่นใจในฐานะการเงินของทีมงานเธอ ผมจะอยู่ดูเบนจิและเธอจัดการกับตลาดหุ้นวอลสตรีตนานเท่าไรก็ได้