Dr. Pan's Diary

My Travelling Since 2013 + Pain therapy since 2011

มายาอาเขต

มิติแห่งมายา

โดย ปัณณวิชญ์ วงศ์วิวัฒนานนท์ ตีพิมพ์ในวารสาร วัฏจักรคอมพิวเตอร์ ปี พ.ศ. 2539

ตอน 2 มายาอาเขต 2

อาเขตแห่งมายา หรือมายาอาเขต อาณาจักรดิจิตอลขนาดมหีมา…..

เธอพาผมมายังบริเวณทุ่งหญ้าเขียวขจี มองไปรอบๆ   มีขุนเขาเขียวทึบเหลื่อมซ้อนอยู่หลังม่านเมฆขาวนวล บรรยากาศเย็นชื้น อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของไม้ดอกนานาพันธุ์

“ที่นี่นะหรือ ที่เธอต้องการให้มาเยี่ยมเยียน ดูไม่ต่างจากอรุณรุ่งของอุทยานเขาใหญ่ของผมเลย”

“ต่างซิ เธอดูนั่น”

จูลี่ชี้ไปทางทิศเหนือ ผมแปลกใจที่ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ นอกจากท้องฟ้าสีครามไร้ร่องรอยของปุยเมฆในบริเวณนั้น

“มายา ไซติคัล มายา”

จูลี่ร้องด้วยเสียงแผ่วเบา แต่กังวาลอย่างประหลาด มีเสียงสะท้อนกลับเป็นเกลียวคลื่นมาจากฟากฟ้าบริเวณนั้น

“ไปกันเถอะ” จูลี่คล้องแขนผมเหนี่ยวไปข้างหน้าเต็มแรง ชั่วพริบตาเดียว ร่างของเราทั้งสองก็ล่องลอยมาถึงฟากฟ้าสีครามไร้ปุยเมฆที่ตรงนั้น

จูลี่บอกผมว่า ที่นี่คือมายาอาเขต ในโลกของเธอมีดินแดนที่เป็นมายาอาเขตอยู่ไม่กี่แห่ง ที่นี่เป็นแห่งที่ใหญ่โตเป็นอันดับสอง มันเป็นจุดตัดของพลังแสง สี และคลื่นชั้นสูงทั้งปวง ทุกอย่างเกิดขึ้นที่นี่ มองเห็นได้จากที่นี่

“อย่าล้อเล่นน่า ก็เธอบอกว่ามันเป็นมายา จะเชื่อได้อย่างไร”

“มันเป็นมายา ก็เพราะความจริงที่เกิดขึ้นในที่อื่นสะท้อนเข้าสู่จิตของเธอในที่นี้ เธอไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น เธอเพียงเฝ้าดูมัน และเธอต้องเตือนสติตัวเองอยู่เสมอว่า เธออยู่ในมายาอาเขต”

ถ้าอย่างนั้น เสร็จผมละ ผมต้องการเห็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดในจักรวาล อยากรู้นักเชียวว่าหน่วยความจำ RAM จะใหญ่โตขนาดไหน

“ไหนละ จูลี่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย”

“ก็เธอกำลังอยู่กับระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดอยู่แล้ว มายาอาเขตนี่ไง”

จูลี่บอกว่า ลำพังจุดตัดรวมศูนย์ของพลังและคลื่นต่างๆ ไม่ได้บังเกิดศักยภาพใดๆ ทั้งสิ้น แต่มันเป็นจุดเชื่อมของข่าวสารข้อมูลแบบไร้สายปริมาณมหาศาล ที่เมื่อระบบคอมพิวเตอร์นั้นดอดเข้ามาควบคุมได้เมื่อไร ก็จะเกิดศักยภาพสูงสุดเมื่อนั้น

“ฉันจะพาเธอมาดูเหตุการณ์ในปี ค.ศ. 2020” จูลี่กล่าวพร้อมกับสั่งคำสั่งเป็นคำพูดสี่พยางค์ไปยังฟากฟ้าสีคราม น่าแปลกที่ผมฟังไม่ถนัดเอาเสียเลย

ยังไม่ทันที่ผมจะคลายความสงสัย บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด มันเปรียบประหนึ่งอณูหิมะฝอย ที่เข้ามาสัมผัสทุกพื้นผิวสัมผัสของร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่บริเวณที่อยู่ใต้ร่มผ้า

“อะไรกันนี่ ผมร้องอย่างประหลาดใจ”

“อณูโปรซิตรอนที่โลกของเธอยังไม่รู้จักไงล่ะ มันเป็นสื่ออิเลคโทรนิคชั้นเยี่ยมที่มีคุณสมบัติคล้ายละอองไอน้ำ มันสัมผัสผิวกายของเธอได้ทุกอณูเลยทีเดียว ประเดี๋ยวเธอจะรู้สึกถึงสิ่งที่มายาอาเขตมอบให้เธอผ่านอณูเหล่านี้”

ผมพยายามจะเชื่อ ให้ตายซิ โลกของเราในปี 1996 กำลังคิดค้นเรื่องของชุดกระตุ้นประสาทสัมผัส ที่เป็นเสื้อผ้าออกแบบมาเป็นพิเศษให้รัดรูปทั้งตัว โดยเคลือบไว้ด้วยแผงอิเลคโทรนิค สำหรับกระตุ้นเซลผิวหนังถี่ยิบหลายร้อยจุดต่อหนึ่งตารางนิ้ว มันจะทำให้ความจริงเสมือน หรือเวอร์ชวลเรียลลิตี เป็นจริงเป็นจังมากขึ้นจากรสสัมผัส ที่ส่งผ่านมาทางแผงอิเลคโทรนิคภายใต้ชุดกระตุ้นประสาทสัมผัสนี้   แต่บัดนี้ สิ่งที่ผมเห็นอยู่ กลับกลายเป็นอณูที่ล่องลอยอยู่ในบรรยากาศเข้ามาเกาะผิวกาย และห้อมล้อมเนื้อตัวไม่ว่าจะก้าวเดินไปทางไหน ช่างประเสริฐเสียนี่กระไร

บัดดล ผมรู้สึกสายลมเชี่ยวกรากโชยมาพร้อมกับความหนาวเหน็บ บรรยากาศมืดครึ้มในทันที มือนุ่นนิ่มของจูลี่ที่กำมือผมไว้ทำให้ผมอุ่นใจขึ้นมาก เธอคอยเตือนผมอยู่เสมอ อย่าลืมว่า เรากำลังอยู่ในมายาอาเขต

เราปรากฏกายอยู่ในห้องโถงใหญ่ที่มีแสงสีของเครื่องอิเลคโทรนิคทันสมัย ชายคนหนึ่งนั่งหันหลัง ก้มหน้าก้มตาตลุยเคาะคีย์บอร์ดบนโน๊ตบุคขนาดกระทัดรัดอย่างถี่ยิบ มองปราดเดียวก็รู้ว่า ชายคนนี้เป็นมือเชี่ยวระดับมหากาฬในแวดวงคอมพิวเตอร์เป็นแน่ ผมเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ชนิดลมหายใจแทบจะรดใส่กัน ชายผู้มีหน้าตาเคร่งขรึม หนวดเคราดกดำแต่ก็ดูเรียบร้อยเป็นสง่า ไม่ได้รู้สึกถึงการมาเยือนของคนแปลกหน้าเลย ผมสนใจหน้าจอมอร์นิเตอร์โน๊ตบุค ที่สว่างสดใสราวกับจอมอนิเตอร์ของเดสท็อป นี่กระมังที่เป็นเทคโนโลยี CRT นับล้านดวงบนจอแบนจอเดียวที่โลกปี 1996 กำลังคิดค้นอยู่

Log on WorldNet success……..

Hook to WN.Onet.ES.com.th.rachen…..

หน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏข้อความภาษาอังกฤษสองบรรทัดนี้ เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเคาะแป้นบนคีย์บอร์ดสองครั้ง ทันใดภาพหน้าจอสว่างวาบ ปรากฏภาพเคลื่อนไหวเหมือนจริงของเจ้าของชื่อที่เปิดรหัสต่อท้ายหลังสุด ….ราเชน ผมร้องโอยขึ้นสุดเสียงในขณะที่จูลี่เอามือป้องปากผมไว้ เธอกระซิบถี่ยิบว่ามายาอาเขตๆๆ

ผมจะไม่ร้องได้อย่างไร ก็ในเมื่อเจ้าของชื่อราเชนนั้น คือผมนั่นเอง แต่มีริ้วรอยของความอิดโรยที่เกิดขึ้นตามอายุอย่างเห็นได้ชัด ผมตะหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก ใครมาเปลี่ยนชื่อให้ผมในอีก 24 ปีให้หลัง ผมไม่เปลี่ยนชื่อของผมเองแน่นอน เพราะคำว่าราชันนั้นก็เป็นหนึ่งอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว

ผมได้ยินเสียงพูดโต้ตอบระหว่างราเชนกับชายผู้ที่ราเชนเรียกมันว่า โทนี่ เรื่องราวที่พูดคุยกันผมฟังแทบไม่ได้ศัพท์เลย ไม่ใช่ฟังไม่ชัด แต่สำนวนและศัพท์ภาษาสมัยใหม่นั้นผมไม่เข้าใจเอาเสียเลย อะไรนะ อัลฟามาเรน ดิจิแคมปัส แน็ทวิทอาเขต อะไรจะถล่มทลาย อะไรนะที่โทนี่แตะต้องไม่ได้ ตัวผมหรือราเชนเฝ้าย้ำกับโทนี่ว่าเลิกปฏิบัติการบ้าๆเสียที ผมยอมแพ้แล้ว

อ้าว เป็นไปได้ไง ราเชนจะยอมแพ้เจ้าหนวดดกนี่ไปทำไมกัน ผมฉุนกึก ยื่นมือไปคว้าไหล่ของโทนี่ หวังจะทำให้เขาหงายไปข้างหลัง แต่ประหลาดนัก ผมจับเขาได้และรู้สึกถึงเนื้อหนังจริงๆของเขา แต่ให้ตายซิ ผมไม่ได้มีอิทธิพลอะไรต่อการเคลื่อนไหวของเขาเลย และเขาก็ไม่รู้สึกถึงการดำรงอยู่ของผมในขณะนั้นเลย

สีหน้าของโทนี่ดูเหี้ยมเกรียมแกมยิ้มเยาะอยู่ในที เขาหยิบกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆชิ้นหนึ่งขึ้น แล้วชี้ไปยังหน้าจอ ในขณะที่ตัวผมในจอนั้นเกิดอาการลนลานและร้องลั่นว่า “โทนี่ เธอบ้าไปแล้ว ตกลง เราจะเห็นดีกัน”

ต้องอย่างนั้นซิ โทนี่สะดุดลงอย่างเห็นได้ชัด นิ้วชี้ขวาที่เตรียมกดปุ่มกล่องสี่เหลี่ยมนั้นค้างอยู่ในอากาศ ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ เขาก็ปิดหน้าจอลง แล้วเอนตัวลงบนพนักเก้าอี้ตัวยาว ผมสังเกตเห็นรอยแผลเป็นเล็กๆที่หน้าผากด้านขวาของเขา เขาเอามือลูบคลำไปมา แล้วออกแรงกดไป… โทนี่ถอนหายใจยาวและดูเหมือนจะม่อยหลับไปด้วยความอ่อนล้า

ผมได้ยินเสียงคล้ายโทรศัพท์ดังขึ้นใกล้ๆ ดูเหมือนจะดังมาจากโน๊ตบุค มันค่อยๆเปิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ แล้วปรากฏภาพของตัวผม-ราเชนในนั้นอีก แต่คราวนี้สีหน้าของราเชนดูเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ราเชนมองตรงออกมายังร่างของโทนี่ สักครู่หนึ่ง ผมเห็นสาวผมดำขลับ แววตาคุ้นเคยโผล่ขึ้นที่ด้านหลังของราเชนด้วย เธอกระซิบบอกกับราเชนว่า “เชน คุณชนะแล้ว”

ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ผมหันขวับมาหาจูลี่ “เธอลองพูดตามซิ”

“คิดมากไปได้” จูลี่ยิ้มร่าเริง ชี้ไปทางจอภาพซึ่งภาพของราเชนค่อยๆเลือนหายไป แต่อย่างไรผมก็ยังคุ้นเสียงนั้นอยู่ดี สุ้มเสียงที่ไม่แตกต่างไปจากจูลี่   และเสียงเรียกชื่อหลังพยางค์เดียวว่า “เชน” นั้นช่างสนิทสนมเสียเหลือเกิน